October 9th, 2008 by admin
คนรวมวิญญาณ 7 (เล่มจบ)
‘การกลับมาของเหล่าวิญญาณ’

หญิงสาวลึกลับคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นบนถนนอันมืดสลัว
ยามค่ำคืนที่สุสานในหมู่บ้านเฝินหลิ่งถูกบุกรุก
เธอกลับมา…เพื่อทวงสิ่งล้ำค่าที่เคยเป็นของเธอ
อีกด้าน แหวนไร้ที่มาซึ่งเดินทางมาถึงมือต้วนหลิน
ได้เปิดเผยให้เขารู้ถึงอดีตของคุณตาผู้เลี้ยงดู
รวมถึงความจริงอันน่าตกตะลึงของคนรู้จักในบ้านเกิด
และมันยังนำมาซึ่งความตายอีกรูปแบบ
ทั้งเขาและมู่จื่อไม่อาจทัดทาน
สองชะตากรรมที่สวนทางกำลังถูกรุมเร้า
ท่ามกลาง…การกลับมาของเหล่าวิญญาณ
Posted in ข่าวสารคนรวมวิญญาณ | 25 Comments »
October 9th, 2008 by admin
คนรวมวิญญาณ
‘6 ห้อง 6 สังหรณ์’

รายชื่อหกคนอันรางเลือนในความฝัน
เริ่มปรากฏเป็นบุคคลจริงในโรงเรียนฉีหลันทีละคน
เคียวคมกริบของยมทูตสีดำกำลังเงื้อง่า
เพื่อคร่าชีวิตพวกเขาพร้อมชื่อที่ถูกขีดฆ่าออกช้าๆ
ในห้องพักที่อยู่เพียงลำพัง…มีเงาประหลาดไหววูบอยู่ในความมืด
ยามดึกสงัด…กลับแว่วเสียงพูดคุยของคนที่ไม่รู้จัก
ราวกับกำลังใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับสิ่งที่มองไม่เห็น
หรือนี่คือลางบอกเหตุ…ก่อนความตายที่แท้จริงจะมาเยือน
ปรากฏการณ์สยองที่เกิดขึ้น ณ ที่นี้
ที่…ห้อง 6 สังหรณ์
Posted in ข่าวสารคนรวมวิญญาณ | 9 Comments »
October 2nd, 2008 by admin
ข่าวคนรวมวิญญาณเล่ม 7 (เล่มจบ)

สวัสดีเจ้าค่า…พบกับสือหลิวอีกแล้วนะเจ้าคะ อิอิ
สือหลิวก็มีข่าวสารมาฝากอีกเช่นเคยเจ้าค่ะ เป็นข่าวสารเกี่ยวกับซีรีย์เล่มสำคัญ ‘คนรวมวิญญาณ’ นั่นเอง ซึ่งเป็นเล่มสุดท้าย…ท้ายสุดของซีรีย์นี้แล้วนะเจ้าคะ
เนื้อเรื่องของเล่มนี้ก็จะคลี่คลายปริศนาที่ทุกคนอาจจะค้างคาใจมานานให้กระจ่างซะที หลังจากที่ให้คาดเดากันไปต่างๆ นานา มาตั้ง 6 เล่มแล้ว ซึ่งก็คือที่มาของพ่อหนุ่มตัวละครเอกผู้มีความพิเศษ ‘ต้วนหลิน’ นั่นเองเจ้าค่ะ…รับรองว่ายังคงสยองขวัญสั่นประสาทอย่างที่เคยแน่นอน ชื่อตอนเล่มนี้ก็คือ ‘การกลับมาของเหล่าวิญญาณ’ เจ้าค่ะ
และก็อย่างแน่นอนว่าต้องให้ชาว Black Fantasy อ่านตัวอย่างไปพลางๆ ก่อน เป็นการเรียกน้ำย่อย แล้วพบกันในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติเจ้าค่ะ
…
ขณะนี้สถานที่ซึ่งอยู่เบื้องหน้าชายทั้งสองคนก็คือหมู่บ้านเฝินหลิ่ง มันถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนา หลังม่านหมอกนั้นปรากฏภูเขาอันใหญ่โตมโหฬารลูกหนึ่ง บนนั้นมีสุสานจำนวนมากเรียงรายอยู่ คนตายในหมู่บ้านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็ล้วนถูกฝังอยู่ที่นั่น มองจากบริเวณไกลๆ แบบนี้รู้สึกว่าภูเขาลูกนั้นเหมือนเป็นภูเขาสุสานที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
“พวกเรามาถึงแล้ว ลงรถกันเหอะ”
หลังจากจ่ายเงินให้กับคนขับรถทั้งสองก็แบกสัมภาระพะรุงพะรังลงจากรถ แล้วเดินเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อหาห้องพักและเก็บสัมภาระ ก่อนจะออกมาสำรวจดูสถานที่ภายในหมู่บ้านเฝินหลิ่ง
“นี่ไงทะเลสาบที่ตอนนั้นเคยเกิดเรื่อง ได้ยินมาว่าเมื่อก่อนชาวบ้านที่นี่จะนำศพคนตายทิ้งลงในทะเลสาบ…และจะต้องมีการหั่นศพออกมาเป็นชิ้นๆ ก่อนด้วย!”
“ฮึ้ย…น่าขยะแขยง ถ้าอย่างงั้นใต้ก้นทะเลสาบนี่คงไม่ได้มีแต่หัวกะโหลกหรอกนะ”
“ใช่…แล้วตอนนั้นมีหัวกะโหลกที่ไม่คาดคิดลอยขึ้นมาให้คนทั้งประเทศได้ตกใจกันด้วย”
“หา?”
“ก็หัวกะโหลกที่มีสองหน้าไง”
“นายหมายถึงหัวกะโหลกที่เคยเป็นข่าวดังนั่นสินะ…น่าขนลุกจริงๆ”
มีวัยรุ่นสองสามคนเดินมาทางเดียวกับพวกเขา ดูแล้วเหมือนมาเที่ยวที่นี่เพราะต้องการลองของแปลก มีแต่คนแบบนี้เท่านั้นที่จะสนใจที่นี่…ต่อให้สถานที่สวยงามแค่ไหนแต่หากนำไปโยงกับเรื่องความตายแล้ว ความงดงามนั้นก็จะถูกระบายไปด้วยสีสันแห่งความน่าสะพรึงกลัว
ดังนั้นนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นวัยรุ่นซึ่งชอบความท้าทาย ทำให้เจิ้งเป่าเหรินและจ้าวจินขุยซึ่งเดินปะปนอยู่กับกลุ่มวัยรุ่นแล้วออกจะดูขัดๆ อยู่บ้าง
พวกเขาแสร้งทำเป็นนักท่องเที่ยวธรรมดาทั่วไป ซ่อนจุดประสงค์อันแท้จริงเอาไว้ พวกเขาช่วยเด็กวัยรุ่นถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกทางนั้นทีทางโน้นที แต่ก็แอบทำสัญลักษณ์ทิ้งไว้ในที่ลับตาคนไปด้วย เขาสองคนตัดสินใจว่าจะลงมือทำงานกันคืนวันนี้เลย ซึ่งสถานที่เป้าหมายแน่นอนว่าคงไม่ใช่ทะเลสาบแน่ๆ เพราะที่นั่นคงจะถูกตำรวจรื้อค้นสำรวจไปเรียบร้อยแล้ว จะเหลือก็แต่หัวกะโหลกกับข้าวของที่ใช้ในงานศพธรรมดาๆ เท่านั้น
…เป้าหมายของพวกเขาคือภูเขาหลังทะเลสาบ…
…
Posted in ข่าวสารคนรวมวิญญาณ | 10 Comments »
October 2nd, 2008 by admin
ข่าวสารคนรวมวิญญาณ 6

สวัสดีเจ้าค่ะ
สือหลิวหยิบข่าวสารของซีรีย์ที่ทุกคนรอคอยมาฝากอีกเช่นเคย วันนี้ถึงคิวของซีรีย์ที่ตัวละครเป็นขวัญใจของพี่น้องชาว Black Fantasy ทุกท่าน…นั่นก็คือ ‘คนรวมวิญญาณ’ นั่นเองเจ้าค่ะ
เล่มนี้ก็เป็นเล่มที่ 6 ของซีรีย์แล้วนะเจ้าคะ มีชื่อตอนว่า ‘ห้อง 6 สังหรณ์’ เนื้อหาเนื้อในนั้นก็จะเป็นเรื่องราวของโรงเรียนฉีหลัน…ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ต้วนหลินเป็นครูสอนอยู่นั่นเอง…แต่คราวนี้เรื่องราวน่ากลัวอะไรจะเกิดขึ้น สือหลิวอยากให้ทุกคนติดตามนะเจ้าคะ…เพราะเล่มนี้จะมีการเล่าถึงที่มาของคนที่ทุกคนอยากรู้ว่าเขาเป็นใคร…ฮ่าๆ อยากรู้ใช่ไหมเจ้าคะ
…อยากรู้ก็ต้องติดตามกันได้ในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติเจ้าค่ะ…แล้วพบกัน (ยิ้มหวาน)
…
ตอนอายุ 8 ขวบ ฉันเคยฝันถึงชายคนหนึ่ง เขากำลังยืนเบียดเสียดท่ามกลางฝูงคนอันแออัดยัดเยียด ชุดเสื้อคลุมสีดำที่เขาสวม ใบหน้าที่ดุดัน เบ้าตาลึกโหล ทุกๆ องค์ประกอบทำให้ฉันจำเขาได้แม่น โดยเฉพาะใบหน้าอันหล่อเหลา…ขณะนั้นฉันยังเป็นเพียงเด็กน้อยที่ยังไม่รู้ประสีประสา ได้แต่คิดเอาเองว่าชายในฝันคนนั้นคงจะเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวในอนาคตอย่างแน่นอน จนกระทั่ง…
วันหนึ่งหลังจากนั้น 7 ปี ในขณะที่ฉันกำลังจะข้ามถนนไปยังโรงเรียน สายตาของฉันก็ปะทะเข้ากับชายหนุ่มสวมชุดดำคนหนึ่งซึ่งกำลังยืนอยู่ด้านตรงข้ามของฝั่งถนน เหมือนฝันไม่มีผิด ผิดแต่ว่าความรู้สึกเมื่อแรกพบไม่ใช่เป็นความประทับใจ โรแมนติก หรือดีใจ แต่มันกลับเป็นความรู้สึกหนาวเย็นเสียดแทงไปจนถึงกระดูกสันหลัง
ภาพที่ฉันเห็นเขานั้นเหมือนกับภาพเทพแห่งความตายที่ปรากฏอยู่บนไพ่ทาโรต์ไม่มีผิด ใช่แล้ว! ชายหนุ่มคนนั้นเป็นเทพแห่งความตาย!!!
ไอเย็นประหลาดลอยกระทบผ่านร่างกายอันบอบบางของฉันจนตัวสั่น ฉันสะดุ้งตกใจกลัว เหลียวหลังกลับไปมอง
ว่างเปล่า!!! เขาหายไปแล้ว
“อาจื่อ เธอเป็นอะไรรึเปล่า?” เด็กสาวสองคนพยายามช่วยกันประคองร่างของมู่จื่อเอาไว้ไม่ให้ล้มลง
“ไม่…ไม่เป็นไร แค่จู่ๆ ก็รู้สึกเวียนหัวขึ้นมาน่ะ” มู่จื่อยกมือขึ้นมานวดขมับของตนเอง เธอขมวดคิ้วแน่นหันกลับไปมองด้านหลังอีกครั้ง
“มองอะไรเหรอ” หญิงสาวผมสั้นมองตามสายตา
“เมื่อกี้พวกเธอเห็นผู้ชายที่ใส่ชุดดำคนนั้นมั้ย” เด็กสาวสองคนหัวเราะร่วนเมื่อได้ยินเพื่อนสาวถามอะไรแปลกๆ
“อาจื่อ…เธอบ้ารึเปล่า แถวนี้ก็มีแต่เด็กนักเรียนชายใส่ชุดดำทั้งนั้นแหละ เธอไม่รู้เหรอไงว่าชุดนักเรียนของโรงเรียนฉีหลันเป็นสีดำ”
เหอเสี่ยวหลานเด็กสาวแสนสวยที่นิสัยโผงผางและตรงไปตรงมาปัดเส้นผมยาวระติ่งหูออกจากใบหน้า เสียงหัวเราะอันสดใสดึงดูดสายตาของคนที่เดินผ่านไปมาให้หันมามองอย่างสนใจ ชายหนุ่มน้อยใหญ่ต่างแทบจะยืนค้างอยู่กับที่เมื่อเห็นดวงหน้าของเหอเสี่ยวหลาน
หยวนฉวนใช้มือแตะไหล่มู่จื่อเบาๆ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์
“ฮั่นแน่ บอกพวกฉันมาตามตรงดีกว่าว่าเธอปิ๊งหนุ่มคนนั้นเข้าแล้วล่ะสิ ว้าว! ในที่สุดมู่จื่อของเราก็รู้จักความรักกับเขาแล้ว”
เด็กสาวหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกเมื่อถูกเพื่อนหยอกล้อ เธอก้มหน้างุดรีบสาวเท้าเข้าไปในโรงเรียน
ที่นี่คือโรงเรียนมัธยมฉีหลัน เป็นโรงเรียนประจำชายล้วนที่ทำให้นักเรียนสอบติดเข้ามหาวิทยาลัยได้มากที่สุด ทว่าผู้บริหารชุดก่อนบริหารงานได้ไม่ดี ทำให้โรงเรียนมัธยมฉีหลันมีชื่อเสียงถดถอยลงไปมาก ข่าวลือต่างๆ ทั้งที่เป็นเรื่องจริงและไม่จริงผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด บางข่าวถึงกับทำให้ผู้ปกครองบางคนเกิดความไม่มั่นใจในความปลอดภัยของโรงเรียน ไม่กล้าจะส่งลูกหลานของตนเองเข้าศึกษาต่อ ดังนั้นเมื่อผู้บริหารชุดใหม่เข้ามารับวาระแทน ปัญหาใหญ่ที่ต้องรีบจัดการแก้ไขนั่นก็คือการทำให้นักเรียนของโรงเรียนมีจำนวนมากเทียบเท่ากับปีก่อนๆ และวิธีแก้ปัญหาได้ดีที่สุดก็คือการเปิดโรงเรียนให้กลายเป็นโรงเรียนสหศึกษา มู่จื่อกับเพื่อนๆ ก็เป็นเด็กนักเรียนหญิงรุ่นแรกที่มีโอกาสได้เข้ามารับการศึกษาที่นี่
“พิธีเปิดภาคเรียนจะเริ่มแล้วนะ พวกเรารีบไปกันเถอะ”
…
Posted in ข่าวสารคนรวมวิญญาณ | 17 Comments »
August 13th, 2008 by admin
คนรวมวิญญาณ 5 ปลายทางรถไฟสายมรณะ

รางรถไฟที่ทอดยาว…ไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางของคนธรรมดาเท่านั้น
บางครั้ง…วิญญาณก็ปรารถนาจะเดินทางเหมือนคนเป็นเช่นกัน
ยินดีต้อนรับสู่โบกี้ 15 นี่คือการเดินทางเที่ยวเดียวที่ไม่มีตั๋วกลับ
เพื่อนร่วมทางผู้มีความเป็นมาลี้ลับ
ล้วนรายล้อมอยู่รอบตัวมู่จื่อและต้วนหลิน
เหล่าความอาวรณ์ที่เร่ร่อนกำลังมองหาตัวตายตัวแทนของมัน
โศกนาฏกรรมนองเลือดที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนจะซ้ำรอยเดิมอีกครั้ง
ความสูญเสียในอดีตจะถูกชดใช้โดยผู้โดยสารในปัจจุบัน
ชะตากรรมของคนตาย คนเป็น…
ล้วนถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันบนเส้นทางสายอาถรรพ์
ใครจะเหลือรอดเป็นคนสุดท้าย? ก่อนจะไปถึงจุดหมาย
ปลายทางรถไฟสายมรณะ
…..
แล้วทุกชีวิตจะไม่มีวันได้หวนกลับคืน
Posted in ข่าวสารคนรวมวิญญาณ | 21 Comments »
August 5th, 2008 by admin
ข่าวสาร คนรวมวิญญาณ เล่ม 5

สวัสดีเจ้าค่าาาาา
หลังจากสือหลิวว่างงานมาพักใหญ่ๆ หลังจากงานหนังสือเด็กและเยาวชน สือหลิวก็กลับมาอีกครั้งด้วยความรื่นเริง เนื่องจากมีข่าวสารมาฝากมิตรรักแฟนเพลง เอ้ย…ไม่ใช่ค่ะ มาฝาก ชาว Black Fantasy อีกเช่นเคย และแน่นอนว่าจะต้องเป็นซีรีย์ที่ทุกคนรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ
นั่นก็คือ…‘คนรวมวิญญาณ’ เล่มที่ 5 นั่นเอง ค่ะ
เนื้อหาในเล่มนี้ก็สยองขวัญสั่นประสาททุกคนอย่างที่เคยแน่นอน สือหลิวขอการันตี ส่วนชื่อตอนของเล่มที่ 5 นั้น มีชื่อว่า…‘ปลายทางรถไฟสายมรณะ’
ติดตามอ่านตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ที่สือหลิวแอบขโมยมาจากพี่ๆ กองบรรณาธิการได้เลยเจ้าค่าาา
…
ขณะที่ต้วนหลินหลับตาลง เขารู้สึกว่าในโบกี้มีแต่เสียงดังเอะอะซึ่งทำให้เขานอนไม่หลับ มีทั้งเสียงคุยกัน เสียงร้องไห้ของเด็ก เสียงไอของคนแก่ รวมทั้งเสียงฉึกฉักของรถไฟ
ยิ่งไปกว่านั้นต้วนหลินรู้สึกหนาว…หนาวมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอากาศในช่วงนี้ไม่น่าจะหนาวถึงขนาดนี้ แต่เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าอาจเป็นเพราะเปิดหน้าต่างทิ้งไว้
เมื่อต้วนหลินลืมตาขึ้นมาก็พบมู่จื่อยังคงก้มอ่านหนังสืออยู่ในท่าเดิมก่อนที่เขาจะหลับไป
“ตื่นแล้วหรอ” เสียงเยือกเย็นของมู่จื่อถามขึ้น
“อืม ฉันนอนไม่หลับ” เสียงที่ตอบออกมาแหบแห้งจนต้วนหลินต้องจิบน้ำให้รู้สึกดีขึ้น สายตาของเขามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างประหลาดใจ “หา? นี่รถออกแล้วหรอ”
“ออกมาได้ชั่วโมงนึงแล้ว” เสียงของมู่จื่อฟังดูเย็นชาเหมือนทุกครั้ง
ต้วนหลินรู้สึกตกใจ เขารีบดูนาฬิกาข้อมือของตนเอง จึงรู้ว่าเวลาผ่านไปถึงชั่วโมงกว่าแล้วจริงๆ
นี่เราหลับไปแล้ว และยังหลับไปนานขนาดนี้เลยหรอ? รู้สึกเหมือนกับว่ายังไม่ได้นอนเลยซักตื่นเดียว
ต้วนหลินขยี้ตาเรียกสติกลับมา เมื่อมองดูภายในโบกี้อีกครั้ง เขาก็รู้สึกงงงัน ไม่รู้ว่ามีคนมานั่งเต็มตั้งแต่เมื่อไร มีชายวัยกลางคนนั่งข้างมู่จื่อ ส่วนที่ข้างๆ เขาก็มีชายแก่
ต้วนหลินประหลาดใจ นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก็นึกขึ้นมาได้ว่า ตอนนี้รถออกมาได้ชั่วโมงกว่าแล้วเป็นธรรมดาที่ผู้โดยสารทุกคนจะขึ้นรถมาแล้ว เพียงแต่ว่า…
อยู่ๆ เขาก็หนังตากระตุกรู้สึกเหมือนมีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้น
คงเป็นเพราะความเงียบ ที่นี่มันดูเงียบเกินไป ถึงจะเป็นรถไฟเที่ยวกลางคืนก็เถอะ แต่ก็ไม่น่าเงียบขนาดนี้…เงียบเหมือนไม่มีใครอยู่บนโบกี้อย่างงั้นแหละ
ต้วนหลินคิดพลางสะบัดหัว แต่ทันใดนั้น! มีสิ่งหนึ่งทำให้ต้วนหลินต้องหยุดชะงัก
สายตา!
มีคนกำลังจ้องมาที่เขา สายตานั้นทำให้ผู้ถูกจ้องมองรู้สึกเหมือนถูกเข็มหลายสิบเล่มทิ่มแทง
แม้ว่าต้วนหลินจะไม่ได้เป็นคนความรู้สึกไว แต่เขาก็รู้สึกได้เมื่อถูกจ้องมองขนาดนั้น เขามองข้ามหัวชายที่นั่งข้างมู่จื่อออกไปก็พบกับเจ้าของสายตาคู่นั้น อีกฝ่ายรีบเบนสายตาไปยังหนังสือพิมพ์ซึ่งอยู่ในมืออย่างรวดเร็ว
Posted in ข่าวสารคนรวมวิญญาณ | 10 Comments »
May 30th, 2008 by admin

เสียงร้องไห้ของเด็กที่ครวญแผ่วในยามดึก
เสียงฝีเท้าที่วนไปมาอยู่หน้าห้องแต่ละคืนอย่างหาที่มาไม่ได้
กำลังรอคอยให้ประตูห้องเปิดออกมา…
เพื่อที่มันจะพรากตัวใครบางคนไปตลอดกาล
ปริศนาของอีกชีวิตที่แฝงเร้นอยู่ในครรภ์ของมารดา…
ไม่ได้ลืมตามาดูโลก…แต่มันกลับหายสาบสูญไปอย่างลี้ลับ
ทิ้งไว้เพียงรอยรอยเท้าเล็กๆ ที่ล่องหน…
เหยียบย่ำลงบนหย่อมเลือดสีแดงฉานที่ไหลนอง
ต้วนหลินและมู่จื่อได้ถูกดึงมาข้องเกี่ยวในเหตุการณ์ลึกลับเหนือคำอธิบายอีกครั้ง
อะไรคือความแค้นที่ทำให้วิญญาณไร้เดียงสายังเวียนวน
แท้จริงแล้วมันเป็นเพียงสายใยผูกพันระหว่างทารกกับผู้ให้กำเนิด
หรือเป็นเพราะ “พิธีกรรมเลี้ยงศพ”
ที่น่าสยดสยองและชโลมด้วยเลือดและน้ำตา…
Posted in ข่าวสารคนรวมวิญญาณ | 9 Comments »
May 23rd, 2008 by admin

ความทรงจำที่ขาดหายในช่วงวัยเด็กของต้วนหลิน
เกิดขึ้นที่ทะเลสาบลึกลับประจำหมู่บ้านซึ่งไม่เคยเป็นที่รับรู้ของโลกภายนอก
บางสิ่งบางอย่างที่ใต้ทะเลสาบ…กำลังรอคอยการมาของเขาอย่างอาวรณ์
เมื่อประเพณีการทำศพที่แปลกประหลาดของหมู่บ้าน
ถูกละเมิดโดยกลุ่มนักศึกษาหัวสมัยใหม่ผู้มาจากสังคมศิวิไลซ์
สิ่งที่ตามมาจึงเป็นความสยดสยองที่นองไปด้วยเลือด
ความตายเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า…แต่ร่างไร้วิญญาณนั้นไม่ได้จากไปไหน
มันยังวนเวียน…ซ่อนตัวในสายน้ำ…และกลับมากระชากชีวิตของคนที่ยังมีลมหายใจอย่างเลือดเย็น
ความลับใต้ทะเลสาบ…คือกุญแจที่จะไขปริศนาความระทึกขวัญครั้งนี้
และมันจะคอยหลอกหลอนทุกคนที่ย่างกรายไปยังสถานที่ต้องห้าม…
ณ ทะเลสาบคืนความตาย
Posted in ข่าวสารคนรวมวิญญาณ | 7 Comments »
May 13th, 2008 by admin
โอ้วหลั่นล้า… ข่าวใหม่ล่าสุดกับ
ซีรีย์ “คนรวมวิญญาณ 4″ มาแล้วจ้า

สวัสดีค่ะชาว Black Fantasy ทุกท่าน
ข้าน้อยสือหลิวมาแล้วเจ้าค่ะ หลังจากขอลาพักร้อน
จากหัวหน้ากองบก. เพื่อไปขัดผิวที่เขมรไม่ได้อัพเดทข่าวมาสามวัน
กลับมาครั้งนี้สือหลิวที่พกความสวยมาชนิดเกินร้อย
แต่ก็ยังไม่ลืมหอบข่าวสารดีๆ กับซีรีย์ ‘คนรวมวิญญาณ’ เล่ม 4
มากระชากความสยองให้แฟนๆ นักอ่านให้ติดตามกันอีกเช่นเคย
โดยเล่มนี้มีชื่อเล่มว่า “พิธีกรรมเลี้ยงศพ” ซึ่งจะออกมาเอาใจชาว Black Fantasy ในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน
และก่อนจากกันไป สือหลิวก็ไม่ลืมแอบไปอ้อนพี่ๆ กองบก. ที่น่ารัก (แต่น้อยกว่าสือหลิวนิดนึง) เพื่อฉกเอาต้นฉบับบางส่วนมาเรียกน้ำย่อยให้แฟนๆ นักอ่านอีกเช่นเคย ว่าแล้วก็จงอย่ารอช้า รีบไปติดตามกันเล๊ย.ย
…………………
ชายหนุ่มกัดฟันแล้วเสียบลวดเหล็กลึกลงไปเรื่อยๆ ของเหลวสีดำไหลออกมาจากรูท่อระบายน้ำที่มืดดำ กระจายออก…แผ่เป็นสีแดงที่ทิ่มแทงสายตา
เลือด…
บ้าชะมัด ถึงแม้จะเคยสันนิษฐานว่าข้างในนั้นอาจจะเป็นหนู แต่พอรู้ว่าตัวเองแทงถูกซากหนูตัวหนึ่งเขาก็รู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนขึ้นมา บนปากท่อยังนองด้วยหย่อมเลือดที่แดงขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นเหม็นของมันเสียดแทงจมูก
เขาปรับองศาของท่อนลวดอย่างระมัดระวัง ค่อยๆ เกี่ยวเจ้าสิ่งนั้นขึ้นมา ในที่สุดซากศพที่ไม่รู้ว่าเน่ามากี่วันแล้วก็จะถูกเขานำออกมา ถึงแม้จะมีข้อสงสัยมากมายในใจแต่เขาก็ต้องสะกดกลั้นมันเอาไว้จนแทบจะหายใจไม่ออก กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืนๆ
เอาล่ะ… หนึ่ง สอง สาม เกี่ยวเลย!
คงจะใช้แรงมากเกินไป เขารู้สึกว่าแรงดึงของเขากระชากเอาเจ้าสิ่งนั้นให้กระเด็นหวือมาทางเขาจนหลบไม่ทัน ก้อนดำเลอะเทอะกลิ่นเหม็นคละคลุ้งพุ่งเข้ามาในอ้อมอกของเขา เขาแทบอาเจียน ชายหนุ่มสั่นสะท้านพยายามที่จะสะบัดให้มันหลุดออกไป แต่ไม่ว่าเขาจะสะบัดอย่างไรมันก็ไม่หลุดเลย
เขาข่มตาไว้ พยายามใช้กำลังอย่างมาก แต่เจ้าสิ่งนั้นไม่ได้หลุดกลิ้งไปบนพื้นเลยแม้แต่น้อย กลับกลายเป็นว่า…มือของเขา… ถูกสิ่งที่เหมือนกรงเล็บเล็กๆ จับไว้ เจ้าสิ่งนั้นยังมีชีวิต? มันไม่น่าจะเป็นไปได้
เขาข่มอาการสะอิดสะเอียนไว้ ลืมตาขึ้นช้าๆ มองเจ้าสิ่งนั้นที่อยู่ในมือเต็มตา
ห้องน้ำที่เงียบสงัด พลันกลบด้วยเสียงร้องที่เต็มไปด้วยความสยดสยองดังโหยหวนกึกก้อง
“อ๊ากกกกกก…”
Posted in ข่าวสารคนรวมวิญญาณ | 5 Comments »
May 6th, 2008 by admin
ข่าวสารล่าสุดจากคนรวมวิญญาณมาแล้วจ้า!!!

สวัสดีนะคะ ชาว Black Fantasy ทุกท่าน ก่อนอื่นสาวน้อยน่ารักน่าชังนามว่า ‘สือหลิว’ ขอแนะนำตัวต่อทุกท่านไว้ ณ ที่นี้นะคะ จากนี้ไปแฟนๆ นักอ่านทั้งหลายก็จะได้เจอกับสือหลิวบนเว็บไซต์นี้ไปอีกนาน เพราะสือหลิวจะมีหน้าที่อัพเดทข่าวสารของสำนักพิมพ์พูนิก้าให้ทุกท่านได้ติดตามโดยตลอดค่ะ ไม่ต้องสงสัยค่ะ…ไม่ต้องสงสัย ชื่อสือหลิวนี้ ภาษาจีนแปลว่า ‘ผลทับทิม’ นั่นเองค่ะ เข้ากับชื่อสำนักพิมพ์เลยเนอะ
สำหรับชาว Black Fantasy ที่กำลังรอคอยเล่ม 3 ของ ‘คนรวมวิญญาณ’ อย่างใจจดใจจ่อ วันนี้เรามีข่าวมาอัพเดทล่าสุดก่อนใครในประเทศ คิกๆๆ (เวอร์ซะ)
หลังจากที่ทีมบรรณาธิการพูนิก้าเสียงแตกกันมานาน สุดท้ายเราก็ได้ชื่อตอนใหม่เป็นภาษาไทยสุดสยองแล้วค่ะ ซึ่งตอนใหม่เล่มที่ 3 ของเรานั้นมีชื่อว่า ‘ทะเลสาบคืนความตาย’
ซึ่งตอนนี้เหล่าบรรณาธิการทั้งหลายก็ปั่นต้นฉบับกันหัวหูฟูฟ่องเพื่อให้วางแผงทันใจชาว Black Fantasy ทุกท่าน สือหลิวก็แอบช่วยทวงยิกๆ และได้คำตอบมาว่าจะวางแผงให้ชื่นชมสมใจกันเร็วๆ นี้ค่ะ
และก่อนจะจากไป สือหลิวก็แอบฉกเอาตัวอย่างบางตอนใน ‘ทะเลสาบคืนความตาย’ มาให้อ่านเรียกความหลอนกันสักเล็กน้อย ก่อนที่จะได้อ่านแบบเต็มอิ่มในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ค่ะ
…เชิญติดตามได้เลยจ้า…
…
พอทุกคนแยกย้ายกันกลับที่นั่ง ต้วนหลินก็รู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้น ปกติแล้วเขากลับบ้านเพียงลำพังคนเดียวมาตลอด มีเพียงหนังสือเป็นเพื่อนคลายเหงาเท่านั้น ไม่เคยจะมีคนเข้ามาทักทายเยอะแยะมากมายขนาดนี้มาก่อนก็เลยรู้สึกอึดอัดอยู่ไม่น้อย ด้วยความเคยชินเขาล้วงหยิบหนังสือที่ซุกไว้ในกระเป๋าขึ้นมาอ่าน แต่ยังไม่ทันจะขึ้นบรรทัดแรก เสียงสนทนาของบรรดาช่างภาพ ทั้งหลายก็ดังแว่วเข้ามาในหูเสียก่อน
“รุ่นพี่จำผิดรึเปล่า? แถบนี้จะมีทะเลสาบได้ยังไงกัน”
“ไม่นะ ฉันจำได้ตอนเด็กๆ ฉันเคยเห็นทะเลสาบอยู่แถวนั้นจริงๆ มันสวยมากสวยจนไม่อาจบรรยายได้ วันก่อนดูรูปสมัยเด็กๆ แล้วยังคิดถึงอยู่เลย ตอนนั้นฝนเพิ่งจะหยุดตก ผิวน้ำกว้างใหญ่นิ่งสงบสะท้อนแสงแดดวิบวับ สวยจับใจเลยล่ะ พอคิดแล้วก็อยากจะมาเห็นอีกครั้ง อยากจะถ่ายรูปเก็บเอาไว้เสียหน่อย”
“นี่รุ่นพี่พูดจริงหรือว่าฝันอยู่เนี่ย ถ้ามีทะเลสาบแบบนั้นอยู่จริงแล้วทำไมในแผนที่ถึงไม่เห็นมีเลยล่ะ?”
“นั่นสิ ตกลงมันมีอยู่จริงมั้ยเนี่ย”
สมาชิกชมรมถ่ายภาพโต้ตอบกันไปมา ดูเหมือนพวกเขายังสรุปเป้าหมายของการเดินทางเก็บภาพครั้งนี้ไม่ได้ แต่ทว่าคนฟังที่นั่งอยู่นอกวงสนทนากลับกำลังขมวดคิ้วแน่น ทะเลสาบที่หยางจื้อหัวพูดถึง…ต้วนหลินรู้จักดี
คนท้องถิ่นแถวนี้รู้จักที่นั่นกันทั้งนั้นแต่ไม่เคยมีการบันทึกลงในแผนที่ ทะเลสาบนั่นเป็นความลับของหมู่บ้านเฝิงหลิ่ง มันคือ…
“จริงสิ รุ่นพี่ต้วนหลินเกิดที่นั่นโตที่นั่น รุ่นพี่รู้จักที่นั่นใช่มั้ยครับ?” หยางจื้อหัวที่ร่วมประชุมกับรุ่นน้องหันมาถามต้วนหลินอย่างกะทันหัน ทำเอาคนถูกถามนิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง เขาไม่ใช่คนช่ำชองเรื่องการโกหก เมื่อกี้ที่ปดไปก็ทำเอาติดค้างไม่สบายใจไปพักใหญ่ คราวนี้ก็เลย…
“อื้มใช่ มีทะเลสาบอยู่จริงๆ” จบคำทุกคนในที่นั้นก็พากันโห่ร้องเสียงดังด้วยความดีใจ ทว่าคนตอบกลับนั่งนิ่งสีหน้าลำบากใจ เหงื่อชื้นๆ ค่อยๆ ซึมออกจากฝ่ามือที่วางไว้บนเข่าทั้งสองข้าง…เรื่องยุ่งยากกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว…
หลังได้รับคำยืนยันจากคนท้องถิ่นอย่างต้วนหลินแล้ว ชมรมถ่ายภาพก็ตัดสินใจจะไปเก็บภาพความประทับใจที่ทะเลสาบ แห่งนั้น และขณะที่กำลังจะลงจากรถไฟ หยางจื้อหัวก็ดึงตัวต้วนหลินเอาไว้
“รุ่นพี่ช่วยนำทางพวกเราหน่อยได้มั้ยครับ เรื่องที่พักไม่เป็นไร เราเอาเต็นท์มาด้วย แต่ผมไม่ได้กลับบ้านเกิดมานานมากแล้ว จะกลับไปตอนนี้ก็คง…”
คำขอร้องที่น่าเห็นใจของรุ่นน้องทำให้ต้วนหลินไม่อาจจะปฏิเสธได้ จึงพยักหน้ารับคำเงียบๆ เมื่อเห็นดังนั้นสมาชิกชมรม ถ่ายภาพจึงพากันหอบหิ้วสัมภาระเดินตามหลังต้วนหลินลงจากขบวนรถไฟไปยืนอยู่บนชานชาลาที่แวดล้อมไปด้วยความแปลกหูแปลกตา
“บ้านนอกจริงๆ มีแต่ทุ่งนากับควาย” มู่จื่อที่เงียบมาตลอดทางเปิดปากพูดพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ แม้จะเป็นแค่ยิ้มน้อยๆ ที่มีให้เห็นเพียงแวบเดียว แต่ก็ทำให้สุภาพสตรีทั้งหลายที่กำลังจะอ้าปากบ่นสงบคำไปทันที
…
Posted in ข่าวสารคนรวมวิญญาณ | 22 Comments »