สวัสดีเจ้าค่า…
. ข่าวดี เจ้าข้าเอ๊ย ข่าวดี…แฟนๆ ของนิยายเรื่อง Half Prince ตำนานวุ่นวาย เจ้าชายครึ่ง มาทางนี้อันเร็วๆ เจ้าค่าาา…
. สือหลิวพาเหล่าสมาชิกเฟย ฉางมาส่งตรงถึงที่ กับ Half Prince ตำนานวุ่นวาย เจ้าชายครึ่งร่าง เล่ม 5 โว้วๆๆๆ…
. เหตุการณ์ในเล่มนี้ต่อเนื่องจากเล่มที่แล้วอย่างไรบ้าง เดี๋ยวสือหลิวจะร่ายให้ฟังนะเจ้าคะ จากเล่มก่อน
หลังจากที่ผ่านพ้นความวุ่นวายขนาดย่อมๆ กันมาแล้ว แต่งานนี้เจ้าชายดั๊นนน…เกิดทะเลาะกับเหล่าสมาชิกกันเอง จนถึงขั้นต้องหนีออกจากนครไร้ขอบเขตพร้อมกับหว่าหวาที่ติดตามมาด้วยเพราะกลัวเจ้าชายจะหลงทาง (คริๆ) งานนี้เป็นอย่างที่ทุกคนคิดค่ะ คือเจ้าชายจะต้องพบกับอุปสรรคอย่างใหญ่หวงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ที่ร้ายกาจกว่าบอสระดับหนึ่งถึงสามเท่า อร๊ายยย… เจ้าชายของสือหลิวจะรอดมั้ยเนี่ยยย… ยังเจ้าค่ะ ยังไม่หมด เพราะหว่าหวาถูกพวกมันลักพาตัวไปด้วยนี่สิ T^T โถ…ถึงหว่าหวาจะเป็นผู้หญิงแต่ว่าสือหลิวก็สงสารน้า เพราะว่าหว่าหวาน่ารักน้อยกว่าสือหลิววววว (ไม่เกี่ยว = =’) ฮืออออออออ แล้วทั้งคู่จะรอดมาได้มั้ยเนี่ยยย…
. เอาเป็นว่าเราไปดูตัวอย่างภาพประกอบและตัวอย่างเนื้อเรื่องเรียกกรดในกระเพาะกันก่อนดีกว่า… สือหลิวชักจะอินจัดแล้ว
………………………………………………………………



…………………………………………………………………….
. ฉันมองไปทางเหลิงหู่ ได้ยินแค่ชื่อก็เข้าใจได้ในระดับหนึ่ง ว่าคงเป็นผู้ชายที่เย็นชาราวกับน้ำแข็งอย่างไม่ต้องสงสัย แล้วฉันก็เดาไม่ผิดจริงๆ ผู้ชายคนนี้มีผมสีดำ ดวงตาสีดำ แถมเสื้อผ้าซึ่งกำลังสวมอยู่ก็เป็นสีดำ เอาเป็นว่าอธิบายง่ายๆ ว่า ‘ดำ’ สนิททั้งตัวเลยแล้วกัน แถมสีหน้าเหมือนจะบอกว่า ‘อย่ามายุ่งกับฉัน ไม่งั้นฉันจะฆ่านาย แต่ถึงไม่มายุ่งกับฉัน… ฉันก็จะเชือดนายอยู่ดี’ แล้วไอ้สายตาเย็นชาแบบนั้นก็กำลังจ้องมองตรงมาทางฉันซะด้วย
. “หากท่านเจ้าเมืองหรือผู้ใต้บังคับบัญชาคนใดคนหนึ่งในกลุ่มของท่านสามารถเอาชนะเหลิงหู่ได้ ข้าน้อยและพี่น้องของข้าจะยอมเข้าร่วมนครไร้ขอบเขตและสัญญาว่าจะจงรักภักดีต่อท่านตลอดไป” แม้พี่ชายกิมย้งจะพูดจาด้วยถ้อยคำนอบน้อม แต่สีหน้าที่แสดงออก กลับบ่งบอกว่าตนไม่เชื่อว่าเหลิงหู่จะแพ้ฉันอย่างแน่นอน
. “ในเมื่อทางนายส่งยอดฝีมืออันดับหนึ่งลงมา งั้นทางฉันก็จะส่งยอดฝีมืออันดับหนึ่งลงไปด้วยเช่นกัน” ฉันแสร้งทำสีหน้าเย็นชาพูดกับพี่ชายกิมย้งท่านนั้น ด้านหนึ่งก็รีบ PM ไปที่เคนชินให้รีบมาหาฉันโดยด่วน
. ไม่นานฉันเหลือบมองไปที่ประตู เมื่อเห็นผมสีแดงสะดุดตาจึงค่อยโล่งใจ “เคนชิน นายมาประลองฝีมือกับเหลิงหู่คนนี้ดูสักหน่อยสิ…”
. สายตาของทุกคนต่างมองไปยังทางเคนชินที่กำลังเดินเข้ามาด้วยความสงสัย และแต่ไหนแต่ไรมาเขาก็ไม่พูดมากอยู่แล้ว เขาใช้มือซ้ายจับดาบของตัวเองแล้วเดินไปหาเหลิงหู่ ในขณะที่แววตาของเหลิงหู่ฉายแววตื่นเต้นดีใจ เมื่อรู้แล้วว่าคนที่เพิ่งมาคนนี้มีฝีมือที่แข็งแกร่งอย่างแน่นอน
. คนที่ยืนอยู่ด้านล่างเริ่มถอยห่างออกไป เหลือพื้นที่ว่างด้านหน้าเพียงพอให้ทั้งสองดวลได้อย่างสบายใจ เวลานี้ทั้งคู่ต่างยืนจ้องมองหน้ากันโดยไม่ยอมขยับหรือพูดจาอะไรสักคำ ฉันสังเกตุเห็นว่าตอนนี้แววตาของเหลิงหู่เองเริ่มออกอาการหวั่นไหว และคิดว่าเขาน่าจะเริ่มลงมือในไม่ช้านี้และก็เป็นไปตามคาดจริงๆ
. เหลิงหู่พุ่งเข้าหาเคนชินอย่างรวดเร็ว ความไวของเขาเล่นเอาฉันเทียบไม่เห็นฝุ่นจริงๆ ชั่วพริบตาเดียวก็สามารถเข้าประชิดตัวอีกฝ่ายได้แล้ว เขารีบใช้กระบี่อาบโลหิตแทงไปยังร่างตรงหน้าที่ยังไม่ทันขยับ แต่ก่อนที่กระบี่แทงเข้ามา เคนชินก็รีบชักดาบออกมาครึ่งเล่มสกัดการโจมตีของกระบี่อาบโลหิตเอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว ทว่าการตอบสนองของเหลิงหู่นั้นรวดเร็วจริงๆ เพราะในจังหวะที่ทั้งดาบและกระบี่กระทบกันนั้น เขาได้ยกขาขึ้นเตะกวาดไปยังช่วงล่างของเคนชิน
. แต่เคนชินเองก็ใช่ว่าจะจัดการได้ง่ายๆ เขารีบเอียงตัวพร้อมกับยกขาขึ้นกันเอาไว้ ทำให้เท้าของเหลิงหู่ที่เตะฟาดมาไปโดนเข่าของเคนชินอย่างแรง… เอ่อ… เอาหน้าแข้งไปเตะที่เข่า ผลลัพธ์ของมันหลายๆ คนน่าจะเข้าใจดี แต่ถ้าหากยังไม่เข้าใจล่ะก็ ขอแนะนำว่าอย่าได้ไปทดลองเองเด็ดขาด เพราะฉันไม่ขอรับรองผลที่เกิดขึ้นเลยจริงๆ
. ยังไงก็ตาม ตอนนี้พอมองเห็นสีหน้าของเหลิงหู่ซึ่งเคยเยือกเย็นเปลี่ยนมาเป็นอย่างอื่น ฉันก็พอเดาได้ว่าเขาคงจะเจ็บไม่น้อย แต่เขาก็เลิกใส่ใจกับอาการบาดเจ็บ รีบใช้กระบี่บุกต่ออย่างรวดเร็ว เคนชินเองก็รีบชักดาบของตัวเองออกมารออยู่แล้วเหมือนกัน จากนั้นพวกเราก็ได้ยินแค่เพียงเสียงดาบกับกระบี่ดังกระทบกัน พร้อมกับประกายแสงสีเงินที่กะพริบไปมาระหว่างคนทั้งสองอย่างต่อเนื่อง
. “เพลงดาบจันทร์เสี้ยวหมาป่าคำราม” เหลิงหู่ฟาดกระบี่ออกไปเป็นรูปจันทร์เสี้ยวนับครั้งไม่ถ้วน ลำแสงสีเงินทั้งหมดพุ่งตรงเข้าหาเคนชิน แถมตัวเขายังกระโจนตามหลังลำแสงเข้าไปหาเคนชินด้วยเช่นกัน ฉันตกตะลึงจนเผลอลุกขึ้นจากที่นั่งของตัวเอง รู้สึกอยากจะกระโดดเข้าไปช่วยเคนชินทันที มันช่างเป็นกระบวนท่าที่ไร้ช่องโหว่ให้หลบหนีได้เลย
. ความจริง แม้เคนชินจะเป็นสัตว์เลี้ยงที่สามารถฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาได้เอง แต่หากเกิดพลาดท่าตายไปนั้น หลังจากที่เกิดใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง จะยังสามารถรักษาความรู้สึกนึกคิดของตัวเองเอาไว้ได้อีกหรือเปล่า จุดนี้เสี่ยวหลงหนี่เองก็ยังไม่กล้าที่จะยืนยัน แบบนั้นแล้วฉันจะกล้าเสี่ยงได้ยังไง ฉันเองไม่อยากให้เคนชินต้องสูญเสียความรู้สึกนึกคิดของตัวเองไปหรอกนะ
. “เพลงดาบไร้เงา” เสียงของเคนชินดังขึ้นมาอย่างเย็นชา ขณะที่ฉันยังไม่ทันได้กะพริบตา ร่างของเคนชินก็ไปยืนอยู่ด้านหลังท่าไม้ตายลำแสงสีเงินและเหลิงหู่แล้ว ทำให้เหลิงหู่ชะงักและฟุบลงไปหมอบอยู่ที่พื้นทันที แม้เลือดจะไหลออกจากร่างกายจนแทบย้อมพื้นบริเวณนั้นเป็นสีแดงเต็มไปหมด แต่เขาก็ไม่ได้กลายเป็นลำแสงสีขาวหายขึ้นไปบนท้องฟ้า ดูแล้วคงเป็นเพราะเคนชินกะจังหวะแรงดาบพอดีที่จะไม่ทำให้เหลิงหู่ตายไป
. โอ้ว… มะ… มันสุดยอดจริงๆ!!!
. ทุกคนรวมทั้งฉันตาค้างชะงักอยู่กับที่ ไม่รู้เลยว่าเมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเคนชินจึงสามารถหลบกระบวนท่าเพลงดาบจันทร์เสี้ยวหมาป่าคำราม แถมยังโจมตีเหลิงหู่จนเจียนตายแบบนี้ได้ยังไง มันเป็นเรื่องที่น่าตกใจสุดๆ โอ้ว… ในใจของฉันเต็มไปด้วยความสงสัย ยิ่งตอนนี้เห็นเคนชินกับเหลิงหู่กำลังประสานสายตาเย็นชาจ้องมองกันอยู่ด้วยความสนใจ คนรอบข้างอาจกำลังคิดว่าทั้งสองคน คงอยากเอาดาบปาดคออีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอด แต่สำหรับฉันซึ่งศึกษาภาษาตาของเคนชินมาเนิ่นนาน มีหรือจะแปลสายตาอันร้อนแรงคู่นั้นไม่ออก โฮะๆ โฮะๆ
. ‘ไม่เป็นอะไรใช่ไหม’ นั่นคือคำแรกจากสายตาของเคนชิน
. ‘ไม่เป็นไร’ นี่เป็นคำตอบจากสายตาของเหลิงหู่
. ‘ให้ช่วยไหม’ เคนชินขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย
. ‘ไม่ต้อง’ และนี่คือคำตอบจากเหลิงหู่ ก่อนจะหยิบน้ำยาฟื้นพลังสีแดงขึ้นมาดื่มโดยไม่สนใจใคร