ตัวอย่างเนื้อเรื่องและภาพประกอบ “Half Prince ตำนานวุ่นวาย เจ้าชายครึ่งร่าง เล่ม 4″ เจ้าค่ะ
. ฮัลโหลววว… เพื่อนๆ ทุกคนเจ้าค่าาา. สือหลิวเจ้าเก่ามารายงานตัวพร้อมกับข่าวดีอีกแล้ว รับรองได้ว่าถ้าใครเห็นเป็นต้องกรี๊ดด f(เพราะสือหลิวก็กรี๊ดกร๊าดไปแล้ว 88 ตลบ คิกคิก)
. วันนี้สือหลิวได้รับมอบหมายให้มาป่าวประกาศบอกเพื่อนๆ เกี่ยวกับตัวอย่างเนื้อเรื่องและภาพประกอบของ Half Prince ตำนานวุ่นวาย เจ้าชายครึ่งร่าง เล่ม 4 เจ้าค่ะ
. นอกจากเนื้อเรื่องจากสนุกสนานน่าสนใจแล้ว ภาพประกอบนี่… เฮ่อ… สือหลิวไม่อยากบอกเลยว่าไม่กล้ามองตรงๆ เพราะกลัวจะหลงเจ้าชายมากไปกว่านี้…
. อร๊ายยย พูดแล้วสยิวกิ้ว… รีบไปดูซิกแพค เอ้ย ไปดูตัวอย่างพร้อมๆ กันเลยดีกว่าเจ้าค่ะ >__<
.
.
. .
. ฉันยืนอยู่เบื้องหน้ากองทหารจอมเวท มองเห็นฝ่ายศัตรูตั้งค่ายกลเตรียมโจมตี ส่วนทางด้านไป๋เหนี่ยวลี่เหลินได้ออกคำสั่งเตรียมรับมือไว้เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงรอสัญญาณเท่านั้นทหารทั้งสองฝ่ายก็จะเปิดศึกนองเลือดขึ้น
. “เจ้าชาย จะให้พวกเราถอนเกราะป้องกันจริงเหรอ?” ไป๋เหม่ยกุ้ยและเหล่าจอมเวททำท่าลังเล
. ฉันโบกมือตอบพวกเขาอย่างไม่แยแส สายตายังคงจดจ้องสถานการณ์ที่ตึงเครียดเบื้องหน้า “อือ พวกเธอวางใจเถอะ ใช้เวทมนต์โจมตีได้เลย”
. ทันใดนั้นสิ่งหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัว จึงรีบหันไปถามหยางกว่าง “หยางกว่าง นายช่วยใช้เวทมนตร์ติดตามเป้าหมายอย่างที่เคยเล่าให้ฉันฟังได้มั้ย”
. หยางกว่างเผยรอยยิ้มงดงามก่อนพูดขึ้นว่า “หมายถึงเวทย์หมื่นลำแสงน่ะเหรอ ได้แน่นอน แต่เราต้องใช้เวลาในการร่ายนานหน่อยนะ”
. “เอ้อ… งั้นนายค่อยๆ ร่ายไปเถอะ อย่างน้อยก็ขอให้ร่ายเสร็จก่อนสงครามจบแล้วกัน” ฉันเงยหน้ามองแนวรบที่อยู่ไกลออกไปสุดลูกหูลูกตา
. เอ… นานแล้วนะ ทำไมยังไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นอีก รอจนจะหลับอยู่แล้วนะเฟ้ย เฮ้อ! ฉันตะโกนถามเคนชินด้วยความหงุดหงิด “เคนชิน! นายยืนหลับไปแล้วเรอะ ทำไมยังไม่รีบเริ่มซะที!”
. เคนชินหันมามองฉันด้วยสายตาเย็นชา จากนั้นจึงค่อยๆ ชักดาบขึ้นแล้วหายวับไปจากจุดที่ยืนอยู่ด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
. เพียงชั่วพริบตา ทุกคนต่างชะงักงันเพราะเสียงร้องโหยหวนของศัตรู เสียงแห่งความเจ็บปวดดังลั่นสนามรบโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ เมื่อทุกคนหันไปยังต้นทางของเสียงก็เห็นเพียงร่างเงาสีแดงกระโดดไปมาราวกับบินได้ ทุกแห่งที่ร่างนั้นปรากฏจะเต็มไปด้วยศพเกลื่อนกลาด ไส้ไหลทะลักเป็นทางยาว เลือดไหลนองราวกับคลองส่งน้ำ. อ๋ายยย… เคนชิน นายอย่าคว้านไส้ศัตรูออกมาแบบนั้นเซ่! ไม่รู้เหรอว่าถ้าใครเหยียบโดนไส้ที่กองอยู่มันจะทำให้เสียหลักลื่นล้มได้ง่าย แล้วนายยังต้องช่วยป้องกันฝ่ายเราด้วยนะเฟ้ย
. สถานการณ์การรบ ณ ตอนนี้เริ่มผ่อนความเร็วลง ดูท่าฝ่ายศัตรูเหมือนจะทำอะไรไม่ถูก ฉันหัวเราะดังลั่นด้วยความพอใจและค่อยๆ เดินไปยืนข้างเลโกลัสก่อนถามเขาว่า “มีลูกศรกับคันธนูเหลือบ้างหรือเปล่า”
. แม้เลโกลัสจะทำหน้างงๆ แต่ก็ยื่นธนูให้ฉันหนึ่งชุด ฉันส่งสัญญาณให้หลิวจิงร่ายเวทมนตร์ใส่ปลายลูกศร จากนั้นจึงง้างคันธนูขึ้นพร้อมยิงออกไป
. โชะ… ลูกศรพุ่งทะยานออกไปปักที่หัวไหล่ของนักรบฝ่ายศัตรูดวงซวยคนหนึ่ง และทันทีที่เวทมนตร์ระเบิดออก พวกนักรบดวงซวยอีกหลายคนซึ่งอยู่รอบๆ หมอนั่นก็ถูกส่งขึ้นสวรรค์ไปเข้าเฝ้าพระเจ้าตามระเบียบ
. ทหารฝ่ายเราต่างมองฉันด้วยความชื่นชม ส่วนฉันก็ยืดอกยิ้มรับอย่างสง่างาม แต่ในใจน่ะเหรอ…. โธ่เว้ย! กะจะยิงเจ้าอัศวินขี้เต๊ะด้านซ้ายนั่นซักหน่อย แต่ทำไมถึงไปโดนเจ้าคนที่อยู่ด้านขวาได้ฟะ…
. ฉันขมวดคิ้ว ง้างคันธนูขึ้นมาอีกครั้งและยิงออกไปอย่างรวดเร็ว
. ไอ้หยา… ทำไมเบี้ยวอีกแล้วฟะ!
. ฉันเริ่มโมโห จึงระดมยิงออกไปอีกหลายชุด จนหลิวจิงร่ายเวทย์ใส่ปลายลูกศรแทบไม่ทัน
. สุดท้าย บรรดานักรบซึ่งยืนอยู่แถวหน้าต่างล้มตายเป็นแถบ แต่เหลือเพียงเจ้าอัศวินบ้าเป้าหมายแรกของฉันที่กำลังยืนขาสั่นพั่บๆ มองมาทางฉันด้วยสายตาอ้อนวอนอยู่คนเดียว เฮอะ! คราวนี้ถูกแน่นอน ฉันยกคันธนูขึ้นเล็งอีกครั้ง ง้างออกเต็มเหนี่ยวแล้วปล่อยลูกศรออกไป…
. “…”
. เคนชินตวัดดาบ ทำให้ลูกศรที่ยิงพลาดไปหาเขาพุ่งไปทางอื่น โอ้ว… ช่างเหมาะเจาะจริงๆ ลูกศรที่โดนปัดออกมาพุ่งตรงไปปักเจ้าอัศวินเป้าหมายของฉันพอดี
. เฮ้อ… โชคดีจริงๆ ที่ฉันไม่เลือกเล่นอาชีพนักธนู ฉันแอบปลื้มใจในความโชคดีของตัวเองอยู่คนเดียว พร้อมส่งยิ้มแห้งๆ ให้เคนชิน แต่เขากลับไม่พูดอะไรสักคำนอกจากส่งสายตาไม่พอใจมาทางฉัน
. “นักธนูมือฉมัง!” นักรบแห่งนครไร้ขอบเขตตะโกนลั่นด้วยความ ฉันปาดเหงื่อพร้อมคิดว่า… ช่างเป็นผลของการเข้าใจผิดที่งดงามเสียนี่กระไร โฮะๆ โฮะๆ
. ขณะที่ฝ่ายศัตรูกลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ไม่สามารถทำอะไรได้ ซึ่งก็จริงอะนะ เพราะทั้งเวทมนตร์ ทั้งธนูต่างโดนเวทย์เขตอาคมสะท้อนกลับไปหมด ส่วนการสู้แบบประชิดตัวก็ต้องปะทะทั้งอัศวินและจอมเวทในเวลาเดียวกัน ถึงพวกนั้นจะมีกำลังคนเหนือกว่า แต่จะทำอะไรได้แค่ไหนเชียว พอเริ่มมองเห็นตอนจบแบบนี้ฉันก็เริ่มเบื่อหน่ายล้วงเอาเม็ดแตงออกมาแทะเล่นแก้เซ็ง
. “เฮ้ย เจ้าชาย! นี่พวกเรายังรบกันอยู่เลยนะ เธอทำแบบนี้มันไม่สบายเกินไปหน่อยเหรอ” เสี่ยวหลงหนี่เลือดขึ้นหน้า
. ขณะที่ฉันซึ่งนั่งแทะเม็ดแตงอย่างเมามันส์กำลังจะอธิบายให้เสี่ยวหลงหนี่ฟังว่าทำไมฉันถึงเบื๊อ… เบื่อขนาดนี้ ก็มีลำแสงขนาดใหญ่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจากทางด้านหลัง โอ๊ววว ฉันแหงนมองลำแสงนั่นพร้อมกับแทะแตงเม็ดที่สอง ลำแสงขนาดใหญ่ได้กระจายออกเป็นลำแสงเล็กๆ มากมายนับไม่ถ้วนอยู่กลางท้องฟ้า ก่อนพุ่งลงสู่เป้าหมายเบื้องล่าง เมื่อลำแสงแรกพุ่งโจมตีนักรบฝ่ายศัตรู ทุกคนต่างรู้ได้ทันทีว่าลำแสงเหล่านี้คืออะไร
. เวทย์หมื่นลำแสง
.
Posted in Half Prince's News | 20 Comments »












