June 30th, 2009 by admin
เกมล่าแสงจันทร์ เล่ม 2

ประเพณีการแข่งขันในดินแดนอัศจรรย์
มีผลตอบแทนสำหรับผู้ชนะคืออัญมณีล้ำค่ามหาศาล
สิ่งล่อใจที่ชักพาให้ทุกคนมุ่งสู่เกมอันน่าตื่นใจ
ด้วยความหวังว่าชัยชนะจะเปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล
…
วิชญ์…บุรุษดวงตาสีทองผู้มาพร้อมจุดมุ่งหมายอันเป็นปริศนา
พริมา…หญิงสาวผู้มี ‘เนตรหยั่งรู้’ มาเพื่อตามหาพี่ชายที่หายสาปสูญ
ความปรารถนาและสองชะตากรรมกำลังเดินสวนทาง
หากความรู้สึกที่กำลังก่อตัวกลับกลายเป็นสายใยแน่นหนา
ปลายทางอันมืดมนรออยู่พร้อมปริศนาไม่รู้จบ
สิ่งใดจะนำพาพวกเขาให้ก้าวข้ามชะตากรรมมรณะเหล่านั้นได้
ท้ายที่สุดแล้ว…สองความต่างจะบรรจบหรือกลายเป็นเส้นขนาน
คำตอบของทุกเส้นทางทอดรออยู่ใน
‘เกมล่าแสงจันทร์’
Posted in moonligh Book, moonlight news | 20 Comments »
March 17th, 2009 by admin
เกมล่าแสงจันทร์ เล่ม 1

ลัลลา…ลัลลา…
สวัสดีเจ้าค่ะเพื่อนๆ… เห็นสือหลิวอารมณ์ดีแบบนี้แสดงว่าต้องมีข่าวอะไรดีๆ มาฝากเพื่อนๆ ชาวพูนิก้าแน่นอนนน
และวันนี้ก็ถึงคิวของนิยายแฟนตาซีผจญภัยฝีมือคนไทยเรื่อง “เกมล่าแสงจันทร์” แล้วเจ้าค่า วันนี้สือหลิวขอฝากตัวอย่างนิยาย “เกมล่าแสงจันทร์ เล่ม 1“ เล็กๆ น้อยๆ พอหอมปากหอมคอ
เนื้อเรื่องในเล่มนี้เกี่ยวกับการพบกันของ วิชญ์ บุรุษลึกลับที่ต้องการเข้าแข่งขันเกมเพื่อมุ่งหวังชัยชนะและ พริมา สาวน้อยผู้มีความสามารถบางอย่าง แม้จุดประสงค์ที่เข้าแข่งขันของเธอต่างไปจากวิชญ์ก็ตาม แต่สิ่งที่ทั้งคู่ต้องเผชิญในเกมๆ นี้กลับเป็นสิ่งเดียวกัน การผจญภัยเริ่มต้นขึ้นในประเทศอัสเรีย ดินแดนที่มีพระจันทร์เปลี่ยนไปมาถึงเจ็ดสีทั้งยังอุดมไปด้วยอัญมณีล้ำค่า และอัญมณีแสงจันทร์คือรางวัลที่ผู้เข้าแข่งขันทุกคนล้วนปรารถนา หากนั่นไม่ใช่เพียงสิ่งเคลือบแฝง
เชิญเพื่อนๆ ร่วมลุ้นไปกับเกมสุดพิศวงและการฟันฝ่าอุปสรรคของทั้งคู่ได้ในนิยายเรื่อง “เกมล่าแสงจันทร์ เล่ม 1″ ได้เลยนะเจ้าคะ
แล้วอย่าลืมไปพบกันในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 37 ให้ได้ล่ะ ความสนุกรอเพื่อนๆ อยู่เจ้าค่า…
……………………………………..
พริมาเดินไปทางบ้านจัดสรรหลังเล็กๆ หลังหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ มหาวิทยาลัยอย่างใจลอย สาเหตุเป็นเพราะความฝันที่เธอเห็นในระหว่างคาบเรียน ความฝันอันน่ากลัวนั้น…นึกไปก็พานคิดมากแต่เธอก็ไม่อาจสลัดมันทิ้งได้
หญิงสาวตรงเข้าไปเปิดประตูเหล็กดัดหน้าบ้าน ทันใดนั้นเธอก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่าง
…ประตูบ้านของเธอกำลังเปิดอ้าอยู่…
บ้านหลังนี้พ่อกับแม่ซื้อเอาไว้ให้เธอกับพี่ชายอาศัย ส่วนท่านทั้งสองอยู่ต่างจังหวัดซึ่งนานๆ จะมาเยี่ยมสักที และเมื่อจะมาก็ต้องบอกกล่าวกันก่อนทุกครั้ง ตอนนี้จึงมีเธออาศัยอยู่คนเดียว
“เมื่อเช้าเราล็อกดีแล้วนี่นา…หรือว่า…”
พริมาผลักรั้วเหล็กดัดแล้วย่องเข้าประตูบ้านอย่างช้าๆ บนพื้นมีรอยรองเท้าใหญ่ย่ำไปทั่วบ้าน เส้นทางของรอยเท้ามุ่งไปยังชั้นสองซึ่งเป็นห้องนอนของเธอ
หญิงสาวพยายามมองหาอาวุธเหมาะมือ ก่อนจะคว้าไม้ถูพื้นที่ด้ามเป็นโลหะหนามากำแน่น ได้ยินเสียงส้นเท้าหนักเดินไปมาอยู่ชั้นบนของตัวบ้าน เธอค่อยๆ ก้าวขึ้นบันไดทีละก้าวด้วยความใจเย็น ในตอนนั้นเธอไม่มีความคิดกลัวอันตรายเลยแม้แต่น้อย เพื่อนๆ ที่มหาลัยมักจะบ่นเสมอว่าเธอนั้นทำอะไรไม่รู้จักคิด ซึ่งดูเหมือนตัวพริมาเองก็ไม่เคยรู้ตัวมาก่อน
ประตูห้องนอนเปิดอ้า ในห้องนั้นมีคนคนหนึ่งกำลังยืนหันหลังให้อยู่ในมุมมืด
ไฟในห้องไม่ได้เปิด มีเพียงแสงสีส้มของดวงอาทิตย์ยามเย็นที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาเป็นแสงสลัวๆ ทำให้เธอเห็นเพียงเงารางๆ และเสื้อสีขาวที่ลอยเด่น ดูจากรูปร่างแล้วผู้บุกรุกคนนี้คงเป็นผู้ชายไม่ผิดแน่
พริมากลั้นหายใจ กระชับไม้ถูพื้นในมือแน่น ก่อนจะกระโจนออกไปพร้อมเงื้อด้ามไม้หวังจะฟาดทีเดียวให้สลบเหมือด
ทันใดนั้นชายคนนั้นก็หันขวับกลับมา มือใหญ่รับด้ามไม้ถูพื้นเอาไว้ก่อนที่มันจะฟาดลงกลางศีรษะได้อย่างฉิวเฉียด
“พริมา วิริยะการุน…” สำเนียงแปร่งๆ ไม่คุ้นหูเอ่ยชื่อของเธอ
ขโมยสมัยนี้รอบคอบจริงๆ ขนาดประวัติของเจ้าของบ้านก็ยังสืบประวัติมาด้วยหรือเนี่ย?
“เธอเป็นน้องสาวฝาแฝดของพิริยะใช่มั้ย?” ชายคนนั้นถาม และในเวลาเดียวกันพริมาก็ยืนนิ่งตกตะลึง
ทำไมเขาถึง…รู้จักชื่อนี้?
“เป็นใบ้หรือไง? ฉันถามเธออยู่นะ”
คำถามของชายคนนั้นฟังดูคุกคามจนพริมารู้สึกหงุดหงิด ความคิดแวบแรกเธอรู้สึกว่า คนๆ นี้ไม่น่าคบเอาเสียเลย…
“นายเป็นใคร? มาทำไม? เข้ามาได้ยังไง? ใครอนุญาตให้นายเข้ามา? แล้ว…” พริมาเอ่ยถามออกมาเป็นชุด
“ให้ตายสิ นี่หายใจด้วยผิวหนังเหรอ? ถามทีละคำถามไม่เป็นหรือไง” น้ำเสียงของชายคนนั้นฟังดูรำคาญเหลือทน
“ฉันมีสิทธิ์จะถาม ก็นายเล่นเข้ามาบ้านคนอื่นโดยพลการ จะไม่ให้ฉันสงสัยได้ยังไงกัน”
“อ้อ…ขอโทษที ก็ฉันมารอเธอตั้งแต่บ่ายแล้วไม่เห็นเธอกลับมาซะที คงดูไม่ดีเท่าไหร่ถ้ามีชายแปลกหน้ามายืนอยู่หน้าบ้านเธอเป็นชั่วโมงๆ ฉันก็เลยใช้กุญแจผีไขเข้ารอในบ้านเธอก่อน…คงไม่ว่าอะไรนะ”
แล้วงัดเข้าบ้านคงอื่นเนี่ยมันดีนักหรือไง? ยังจะมีหน้ามาบอกให้ฉันไม่ว่าอะไรอีกงั้นเรอะ!?
“เอาเป็นว่านายเป็นใคร…” พริมาซักไซ้ ชักรู้สึกโมโหขึ้นเรื่อยๆ
“เธอนี่เสียมารยาทชะมัด ที่ฉันถามยังไม่ตอบซักข้อ สรุปว่าเธอใช่น้องสาวของพิริยะหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ฉันจะได้หมดธุระ”
ใครกันแน่ที่เสียมารยาทกันน่ะ!? บุกเข้ามาบ้านคนอื่นเค้าแท้ๆ ยังมีหน้ามาพูดแบบนี้อีก ผู้ชายหน้าด้าน!!!
ชายคนนั้นก้าวออกมาข้างหน้าซึ่งอยู่ในตำแหน่งเดียวกับแสงตรงหน้าต่างพอดี ทำให้พริมามองเห็นรูปร่างของเขาชัดเจนขึ้น
เขาเป็นชายหนุ่มร่างสูง ผมสีอ่อนยาวรุงรังปรกใบหน้าข้างหนึ่งเอาไว้ ให้ความรู้สึกลึกลับและมีปริศนา ดวงตาอีกข้างที่เผยให้เห็นเป็นสีดำเข้มดูไร้อัธยาศัย ริมฝีปากงองุ้มบึ้งตึง หากยิ้มสักนิดคนคนนี้จะหน้าตาดีไม่น้อย ทั้งเค้าหน้าและสำเนียงที่พูดเมื่อกี้คงจะไม่ใช่คนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์
ทว่ามีบางอย่างสะกิดใจพริมา จนเธอต้องมองเขาตาค้าง…เธอไม่มีทางลืมใบหน้านี้แน่
คนๆ นี้…คนนี้คือ…
“ฉัน…ฉันเคย…เห็น…นาย…” พริมาเค้นเสียงออกมาอย่างฝืดคอ
“เข้าใจผิดล่ะมั้ง เราเพิ่งพบกันครั้งแรก” น้ำเสียงแข็งไร้ไมตรีตอบ
“ไม่ใช่ มันไม่ใช่ภาพที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ มันเป็นภาพที่จะต้องเกิดในอนาคต…”
“อนาคต!…” ชายหนุ่มทวนคำ แต่แทนที่จะฉงนเขากลับลอบยิ้ม
“ฉันเห็นภาพของสถานที่แปลกๆ มีฉัน และก็พี่พิอยู่ที่นั่นด้วย พี่พิน่ะใส่ชุดแปลกๆ ทั้งชุดเต็มไปด้วยเลือด แล้ว…แล้วข้างๆ พี่ก็มีผู้ชายคนนึง…ฉันจำชื่อเขาด้วย…ชื่อของเขา…” พริมาพูดช้าๆ เหมือนกำลังควานหาความทรงจำจากในหัว จากนั้นก็ร้องตะโกนออกมาว่า
“วิชญ์!!! ใช่ ในตอนนั้นฉันเรียกนายว่าวิชญ์!”
Posted in moonlight news | 11 Comments »
February 26th, 2009 by admin

ณ ดินแดนหิมะอันเหน็บหนาวแห่งประเทศอัสเรีย
ท่ามกลางแสงจันทร์หลากสีสัน การแข่งขันเลือดที่ไม่เคยมีผู้ชนะมานับร้อยปี
ผู้คนต่างหลั่งไหลมาเพื่อช่วงชิงอัญมณีแสงจันทร์อันล้ำค่า
ความโลภ ความหวัง ความรัก หรือความแค้น ?
ความปรารถนาใดที่จะนำพาให้พวกเขารอดพ้นจากเกมแห่งความเป็นความตาย
“เกมล่าแสงจันทร์”
วิชญ์ บุรุษหนุ่มผู้มีดวงตาข้างซ้ายเป็นสีทอง
การเข้าร่วมเกมของเขาเต็มไปด้วยปริศนา หากสิ่งที่มุ่งหวังกลับมีเพียง ‘ชัยชนะ’

พริมา หญิงสาวผู้มี ‘เนตรหยั่งรู้’ เห็นภาพเหตุการณ์ล่วงหน้าในอนาคตอันสั้นได้
แต่นั่นก็ไม่มากพอที่จะทำให้เธอล่วงรู้ชะตากรรมในตอนจบของเกมนี้
Posted in moonlight news | 40 Comments »