. วันนี้สือหลิวมาอัพเดตข่าวคราวความเคลื่อนไหวของซีรีส์สีดำเรื่องใหม่ “Return กลับมาพยาบาท” นี่ขนาดเข้ามาอัพข่าวช่วงหัวค่ำยังรู้สึกหนาวไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้ความรู้สึกเย็นยะเยือกราวกับมีสายตานับสิบคู่จ้องมองจากด้านหลังนี่มัน อะไรกันนะเจ้าคะ บรึ๋ยๆๆ นี่ถ้าเป็นสายตาหนุ่มๆ ในคอลเล็คชัน สือหลิวจะไม่ว่าอะไรเลย ตะ…แต่นี้มัน…แค่คิดก็…ไม่อยากคิดแล้ว Q(>_<”) (เอ๊ะ สรุปจะคิดหรือไม่คิด คนสวยเริ่มสับสน)
. …แต่ทำยังไงได้ล่ะเจ้าคะ งานนี้ถูกบังคับทำอีกแล้ว ฮือๆๆ (TAT) สือหลิวว่านี่ต้องเป็นอาการ “หลอน” ที่จะเกิดขึ้นกับทุกคนเมื่อได้อ่านเรื่องนี้แน่นอนเจ้าค่ะ พูดแล้วจะหาว่าสือหลิวโอเวอร์แอ๊บกลัวเพื่ออ้อนพี่นิชคุณหรือเปล่า แต่ไม่ช้าย… ไม่ใช่เลยเจ้าค่ะ สือหลิวกลัวจริงๆ นะเจ้าคะ ว่าแล้วไปดูตัวอย่างเนื้อเรื่อง “Return กลับมาพยาบาท” ใน “บทที่ 1 หลอน” พร้อมๆ กันเลยดีกว่าเจ้าค่ะ
. //me กลิ้งไปอิงแอบแนบชิดพี่นิชคุณพร้อมกับอ่านตัวอย่างเนื้อเรื่อง โฮะๆๆ
…
…
…
…
…
. “…กลิ่นเหม็นไหม้ของยางที่เสียดสีกับพื้นถนนนั้นฉุนจนหายใจแทบไม่ออก เมื่อหญิงสาวลืมตาขึ้น ก็พบว่าร่างกายของเธอเอนซบอยู่กับพนักเก้าอี้ด้านหน้า ปลายฟ้าขยับแขนที่เต็มไปด้วยเลือดออกจากช่องเล็กๆ ระหว่างข้าวของที่ร่วงทับถมลงมาบนที่นั่ง เลือดเค็มๆ ไหลเข้าตาจนมองอะไรได้ไม่ถนัด แสงไฟในรถกะพริบถี่ๆ ก่อนจะเหลือเพียงแสงสลัวสีส้มจากด้านนอกส่องเข้ามา เมื่อเธอพยายามจะขยับขา ความเจ็บปวดก็แล่นขึ้นมาจากขาจนต้องกรีดร้องออกมา เมื่อก้มลงมองถึงได้เห็นว่าขาทั้งสองข้างของเธอถูกบดอัดเข้ากับเก้าอี้ด้าน หน้าจนแหลกละเอียด กระดูกสีขาวที่แตกทิ่มแทงออกมาภายนอกจนขาทั้งขาจมกองเลือดที่ไหลทะลักไม่ หยุด เธอเจ็บจนร้องไม่ออก หายใจหอบแรง
. ปลายฟ้าเริ่มได้ยินเสียงร้อง โหยหวนดังขึ้นภายในตัวรถที่มืดมิดเป็นระยะๆ ยามที่มีคนพยายามตะกายออกนอกรถทั้งที่แขนขาถูกบิดหักจนหันผิดทาง เธอมองผ่านช่องตรงหน้าที่โดนกระแทกจนเหลือเป็นช่องแคบๆ ออกไปเห็นควันไฟสีดำกำลังก่อตัวและไหลทะลักเข้ามาภายในตัวรถ หญิงสาวอดทนต่อความเจ็บปวดตะโกนร้องสุดเสียงเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่กลับสำลักเอาควันสีดำที่ร้อนระอุเข้าไปเต็มปอด ปวดแสบปวดร้อนไปทั้งคอและหน้าอก
“ไม่ ใครก็ได้…ช่วยฉันออกไปที”
. ด้วยความทรมาน มือทั้งสองข้างของเธอป่ายปัดสิ่งของรอบข้างอย่างสิ้นหวัง จนปลายนิ้วแตะถูกเส้นผมสั้นๆ ที่เหนียวหนืดไปด้วยของเหลวจึงเพ่งมองสิ่งที่มือของเธอคว้าขึ้นมา
. มันเป็นใบหน้าบูดเบี้ยวที่ฉาบไว้ด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดขีดยามที่ศีรษะถูก ฉีกออกจากร่าง เสี้ยวหน้าด้านหนึ่งที่ถูกบดอัดจนแตกเละเทะยังคงมองเห็นลูกนัยน์ตาสีขาว เหลืองได้ชัดเจน
“ช่วยด้วย!!!”
. หญิงสาวกรีดร้องอย่างเสียสติ น้ำตาไหลอาบแก้มที่แสบร้อนจนเหลือทน ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพลงยามมองเห็นเปลวไฟนรกสีแดงพุ่งทะลักเข้ามาจนร่างของ เธอจมอยู่ในเปลวเพลิง เธอสะบัดดิ้นอย่างทรมาน หวีดร้องอย่างโหยหวนจนกระทั่งเปลวไฟไหลทะลักลงลำคอและเริ่มแผดเผาร่างกายของ เธอจากภายใน
“ไม่!”
. ปลายฟ้าลืมตาลุกพรวดขึ้นจนขาข้างซ้ายที่วางอยู่บนเตียงเจ็บแปลบ เธอหายใจหอบโยน เหงื่อแตกท่วมตัวจนเสื้อเปียกชื้น หญิงสาวสำรวจสภาพของตนเอง แล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก มันเป็นเพียงฝันร้ายเท่านั้น ในเมื่อตอนนี้เธอกำลังนอนอยู่ภายในห้องพักที่มืดสลัว มีเพียงแสงจากด้านนอกที่ส่องผ่านช่องกระจกฝ้าที่ประตูเข้ามา
“เพราะเจ้านี่ละมั้ง” หญิงสาวพับหน้าหนังสือพิมพ์ที่มีรูปเหยื่อที่ติดอยู่ในซากรถซึ่งถูกเผาจน เกรียมออกจากเตียง ในนั้นมีภาพของเธอในห้องพักที่ถูกถ่ายได้ในวันนั้น มีคำบรรยายสั้นๆ อยู่ข้างๆ ว่า
สาวน้อยมหัศจรรย์ผู้รอดตายได้ราวปาฏิหาริย์
. ปลายฟ้าถอนหายใจ แม้จะได้อ่านข่าวไปมากมาย แต่เธอก็ไม่รู้สึกเลยว่าตนเองได้อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ เธอรู้สึกเหมือนมีผ้าสีดำมาคลุมสมองของเธอเอาไว้ ซึ่งเธออยากจะเอามันออกไป พอๆ กับทิ้งเฝือกอันใหญ่ที่ขาซ้าย
. หญิงสาวถอนใจ ซุกตัวเข้าในผ้าห่มพยายามข่มตาให้หลับ แต่กลับถูกรบกวนด้วยเสียงล้อเหล็กจากเตียงลากซึ่งถูกเข็นผ่านหน้าห้องไปคัน แล้วคันเล่า ตามมาด้วยเสียงคุยที่ดังแว่วเข้ามาจนปลายฟ้าหลับไม่ลง
“จะขยันอะไรกันนักหนา นี่มันตีสามแล้วนะ” ปลายฟ้าเหลือบมองนาฬิกาที่ผนังแล้วยกหมอนขึ้นปิดหู
. แกรก…
. บานประตูห้องพักเปิดออก ปลายฟ้าคิดว่าเป็นนางพยาบาลเดินเข้ามาตรวจความเรียบร้อยตามปกติจึงแกล้งทำ เป็นหลับ แต่แล้วเธอกลับได้ยินเสียงใครบางคนกำลังลากเตียงเข้ามาในห้องพัก
“คนไข้ใหม่ล่ะมั้ง” เธอคิด โรงพยาบาลต่างจังหวัดแบบนี้ การเพิ่มผู้ป่วยเข้ามาแบ่งใช้ห้องเดี่ยวถือเป็นเรื่องปกติ
. จู่ๆ ปลายฟ้าก็รู้สึกหนาวสะท้านขนลุกชันไปทั้งตัว กลิ่นน้ำยาเคมีที่ฉุนจนแสบตาอบอวลไปทั่วห้อง
แต่เสียงเข็นเตียงเข้ามาไม่หมดเพียงเท่านั้น ผ่านไปสองเตียง สามเตียง จากกลิ่นน้ำยา ตามมาด้วยกลิ่นเหม็นไหม้ที่เจือด้วยกลิ่นเหม็นคาวแปลกๆ ก็ตลบไปทั่วทั้งห้อง หญิงสาวยังคงขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม
“ไว้ในห้องนี้ล่ะ โรงพยาบาลเรามีที่เก็บพอเสียที่ไหน” เสียงชายแปลกหน้าบ่นกับตัวเองเบาๆ แล้วกลับออกไป
. สิ้นเสียงปิดประตูปลายฟ้าก็ลุกพรวดขึ้นในทันที ห้องทั้งห้องแออัดไปด้วยเตียงลากที่ถูกเข็นมาเรียงต่อจากเตียงนอนของเธอไล่ ไปจนสุดผนังห้องอีกด้าน แล้วดวงตาของหญิงสาวที่เริ่มชินกับความมืดในห้องก็เบิกโพลง เมื่อเธอเห็นว่าเตียงที่เข็นเข้ามาไม่ได้มีคนไข้นอนอยู่บนนั้น แต่กลับมีห่อผ้าดิบขนาดเท่าคนวางไว้แทน เลือดสีแดงคล้ำปนดำไหลซึมออกมาจนเปรอะผ้าเป็นดวง ขี้เถ้าสีดำบางส่วนร่วงออกจากห่อผ้ามากองอยู่บนเตียง แม้จะห่อหุ้มสิ่งที่อยู่ภายในไว้จนมิด แต่รูปร่างของแขนขาที่แข็งเกร็งหงิกงอนั้นมองเห็นเป็นรูปทรงออกมานอกผ้าได้ อย่างชัดเจนจนจินตนาการสภาพของที่อยู่ข้างในได้ไม่ยาก
. อุณหภูมิในห้องลดลงจนแทบหายใจเป็นไอ ปลายฟ้าขนลุกชันไปทั้งตัว มือเย็นเฉียบของเธอเริ่มสั่นระริกด้วยความกลัว
“นี่มันบ้าแล้ว คะ…ใครก็ได้เข้ามาที ช่วยด้วย!!!”