. กุ๊กกุ๊กกู๋ โบร๋ววว อุ๊ย ไม่ใช่!! -_-”
.
. หนีห่าวเพื่อนๆ ชาวพูนิก้าทุกคนเจ้าค่ะ~
.
. ในที่สุดช่วงเวลาแห่งความสยดสยองก็คืบคลานมาหาสือหลิวอีกครั้งแล้ว กระซิกๆ ฮือๆ
. เพื่อนๆ สงสัยว่าเพราะอะไรน่ะเหรอเจ้าคะ? ก็เพราะ…เพราะ… พี่ๆ กองบรรณาธิการฝากข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเรื่อง “Return กลับมาพยาบาท” เล่มใหม่ให้สือหลิวมาบอกเพื่อนๆ น่ะสิเจ้าคะ ทำไงดีเนี่ย อ่านไปก็กลัวไป T-T
. แถมยังต้องหนักใจอีกต่างหากว่า ถ้าโดนผีหลอกแล้วสือหลิวจะหันไปซบอกใครดีระหว่าง พี่ภูริชผู้อ่อนโยน หรือ นลินสุดหล่อ กรี๊ดๆๆ
. ว่าแล้วไปเราดูตัวอย่างเนื้อเรื่องและภาพประกอบจาก “Return กลับมาพยาบาท” ใน “บทที่ 2 หลอก” ได้เลยเจ้าค่ะ
.
.
.

.
.

.
.

.
.
.
. “ฉัน…ขอไปห้องน้ำหน่อย” และเมื่อความรำคาญมาถึงขีดสุด ปลายฟ้าก็ลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ขูดพื้นเสียงดัง
.
. ปลายฟ้ารีบจ้ำออกจากห้องนั้น พาตัวเองมาอยู่ในห้องน้ำที่เธอรู้สึกเหมือนสรวงสวรรค์ที่เงียบสงบและปลอดภัย แต่อยู่เพียงลำพังได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงคนเดินตรงเข้ามา เงาของรองเท้าส้นสูงปรี๊ดสีขาวก้าวเข้ามาด้วยเสียงที่ดังกึกก้อง พร้อมด้วยเสียงฝีเท้าของเด็กที่มาพร้อมรองเท้าแบบมีเสียงที่ส้น เสียงส้นสูงมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องที่ปลายฟ้านั่งอยู่
.
. หญิงสาวนิ่งเงียบ เมื่อเหลือบมองด้านบนซึ่งเปิดโล่งเห็นเพดาน ร่างกายของเธอก็เหมือนถูกตรึงให้อยู่นิ่งๆ เมื่อมองเห็นส่วนบนของศีรษะที่มีผมดำขลับลอยพ้นขอบบนของประตูห้อง ประตูที่ยกสูงจากพื้นสูงเกือบพ้นระดับศีรษะ บวกกับมุมที่ตนนั่งอยู่ ไม่มีทางมองเห็นส่วนหัวของคนด้านนอกได้อย่างแน่นอน
.
. ปลายฟ้าไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว แต่เมื่อเพ่งมองอีกครั้งเส้นผมสีดำก็เคลื่อนผ่านไปพร้อมกับเสียงรองเท้าส้น สูงที่เดินห่างออกไปสองสามก้าว
.
. คะ…คงเพราะรองเท้าเธอสูงมากล่ะมั้ง…
. ยังไม่ทันจะหายใจได้ทั่วท้อง เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนที่ปลายฟ้าจะคิดอะไรต่อ
.
. กึก…กึก…
. ผนังกั้นห้องน้ำซึ่งต่อกันเป็นแนวยาวจะสั่นเล็กน้อยเมื่อมีคนเปิดประตูห้อง ปลายฟ้าจำได้ว่าเลือกเข้ามาในห้องที่อยู่ด้านในสุด เสียงบานประตูไม้เปิดกระแทกผนังอย่างแรงส่งเสียงดังสนั่นห้องน้ำที่เงียบ สนิททีละบาน คลอมาด้วยเสียงอ๊อดแอ๊ดของส้นรองเท้าเด็กเล็กๆ ที่ค่อยๆ เดินใกล้เข้ามา
. แกรก แกรก…
. โดยไม่ทันตั้งตัว คันโยกสีทองยาวเกือบคืบสำหรับเปิดประตูห้องที่อยู่ระดับเดียวกับใบหน้าของ ปลายฟ้าถูกมือจากด้านนอกโยกขึ้นลงอย่างแรงจนเธอสะดุ้ง แน่นอนว่าเธอล็อกประตูเรียบร้อย อีกฝ่ายจึงไม่อาจดันประตูเปิดเข้ามาได้ ซึ่งปกติแล้วฝ่ายนั้นมักจะผละจากไปเข้าห้องอื่นในทันที
. แกรก แกรก…ปัง ปัง ปัง
. แต่คันโยกยังกระดอนขึ้นลงอย่างแรง ตามมาด้วยเสียงทุบบานประตูอย่างหัวเสียที่ดังออกมา พร้อมเสียงรองเท้าเด็กที่ถูกกระทืบส่งเสียงดังระบายความโกรธจนปลายฟ้าทนไม่ ไหว ในขณะที่กำลังจะอ้าปากตะโกนต่อว่าออกไป ตาของเธอก็เหลือบเห็นเงาที่พื้นหินอ่อน
. ไม่มี…
. เธอมองไม่เห็นเท้าของใครก็ตามที่ควรจะอยู่หน้าประตู แม้ในขณะที่กำลังได้ยินเสียงส้นรองเท้ายางที่ดังก้องไปทั้งห้องน้ำ เธอกลับมองเห็นเพียงพื้นหินอ่อนสีดำสนิทที่เย็นเฉียบ
. “ไม่จริง…นี่ไม่ใช่เรื่องจริง ตั้งสติหน่อยปลายฟ้า เธอต้องออกไปจากห้องนี้” ปลายฟ้าพึมพำกับตัวเอง มือที่สั่นเทาและชุ่มไปด้วยเหงื่อพยายามเอื้อมออกไปหาคันโยกสีทองที่ยังคง ขยับขึ้นลงตลอดเวลา
. แต่จู่ๆ มันก็หยุด พร้อมกับเสียงทุบประตูและเสียงกระทืบเท้า แทนที่ด้วยเสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นเดินปรี่เข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้อง ข้างๆ
.
. “บ้าจริง ฉัน…” ปลายฟ้าถอนหายใจ คงเป็นแม่เด็กเดินมาเอ็ดลูก เธออาจจะนั่งอยู่ในมุมที่มองไม่เห็นเท้าด้านนอกจริงๆ ก็ได้ ปลายฟ้าดึงกระดาษทิชชูออกมาเช็ดมือที่ชื้นแฉะเตรียมจะลุกขึ้น พร้อมๆ กับที่ได้ยินเสียงบานประตูห้องน้ำข้างๆ ถูกเปิดออก เสียงก้องกังวานของส้นรองเท้าสีขาวเดินเข้ามาในห้องข้างๆ อย่างช้า แต่กลับไม่มีเสียงปิดประตู
. ปลายฟ้าเอะใจ จึงเหลือบมองผ่านช่องด้านข้างที่ผนังไม้สูงจากพื้นเกือบฟุต และมองเห็นปลายรองเท้าสีขาวหันมาทางเธอจนบางส่วนยื่นเข้ามาในห้องที่ปลายฟ้า นั่งอยู่
. หญิงสาวลุกพรวดขึ้นทันทีเมื่อเธอมองเห็นคราบเปื้อนสีแดงออกดำดวงใหญ่ที่ปลาย รองเท้า ปะปนกับรอยไหม้สีดำจุดเล็กๆ กลิ่นเขม่าและควันไฟโชยเข้ามาในห้องของเธอจนปลายฟ้าสะท้านไปทั้งตัว เขยิบชิดไปทางผนังอีกด้านในทันที แต่ในห้องที่กว้างเพียงเมตรกว่า ไม่ว่าอย่างไรปลายฟ้าก็ยังอยู่ห่างร่างที่อยู่อีกห้องไปเพียงเอื้อมมือเท่า นั้น
. ไอเย็นยะเยือกแผ่เข้ามาเต็มห้องเหมือนน้ำที่ค่อยๆ เอ่อท่วมขึ้นจนมิดหัว ปลายรองเท้าสีขาวยังคงยืนนิ่ง ในขณะที่ปลายฟ้าตั้งสติ รวบรวมความกล้าจนแทบกลั้นหายใจเอื้อมไปปลดตัวล็อกห้องเบาๆ โดยไม่เกิดเสียง มือที่เปียกชุ่มคว้าคันโยกที่เย็นเฉียบเอาไว้ได้สำเร็จ
.
. “แค่บิด แล้วผลัก บิดลง แล้วผลัก” เธอสั่งร่างกายที่ชาหนึบ พยายามบังคับขาที่อ่อนแรงให้ก้าวออกไป
. จู่ๆ สายตาที่เพ่งมองการเคลื่อนไหวของปลายรองเท้าสีแดงก็เห็นเศษผงสีดำปลิวจาก ด้านบนตกลงตรงหน้า เหมือนเศษผ้าที่ถูกเผาจนขาดวิ่น ปลิวลงมาไม่ขาดสาย
. ดวงตาสีดำเบิกขึ้นอย่างหวาดกลัว เธอค่อยๆ แหงนหน้ามองขึ้นไปที่ขอบผนังกั้นห้องด้านบนอย่างช้าๆ หัวใจเต้นแรงจนหายใจไม่ทัน
. สิ่งที่เกาะขอบผนังไม้สีน้ำตาลเข้ม คือปลายนิ้วที่มีเล็บยาวซึ่งเล็บบางเล็บหลุดออกจนอาบด้วยเลือดสีแดงสด นิ้วบางนิ้วถูกเผาจนไหม้เกรียม เศษหนังหลุดลอกออกติดกับผนังยามที่มันเคลื่อนไหวร่วงลงสู่พื้นเบื้องล่าง
. มันกำลังจะข้ามเข้ามา