สวัสดีเจ้าค่า…เพื่อนๆ
ใกล้งานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 14 เข้ามาทุกทีๆ สือหลิวเชื่อว่าต้องมีเพื่อนๆ หลายคนใจจดใจจ่อ รอที่จะไปพบกันในงานหนังสืออยู่แน่ๆ เลยใช่ม้า…
และสือหลิวเชื่อว่า ทุกคนกำลังรอคอยผู้ชายสองคนนี้ (ของสือหลิว โฮะๆๆ) อยู่แหงๆ จะใครที่ไหนนน ก็คุณชายชินะและนักมายากลหนุ่มเรวินสุดเท่ยังไงล่ะคะ อุเหม่…วันนี้สือหลิวยินดีที่จะบอกว่าสือหลิวมีตัวอย่างเนื้อเรื่องบางส่วนและภาพประกอบเล็กๆ น้อยมาฝากเจ้าค่ะ โอ้ววว ชินะเจ้าคะ เรวินเจ้าขา รังสีออร่าจับจริงๆ เจ้าค่ะ ^O^
ภาพแรก คุณชายชินะ วิ๊ดวิ้ววว…

นักมายากลหนุ่มเรวิน อร๊ายยย…

ภาพคู่ ยืนหล่อกันทำไม… >3<

เป็นไงบ้างเจ้าคะ… กรี๊ดกร๊าด กรี๊ดกร๊าด~
แสบแก้วหูสือหลิวจริงๆ …
เอาเป็นว่าเรามาต่อกันที่ตัวอย่างเนื้อเรื่องบางส่วนใน ชินเร ตรรกะ…เกมฆาตกรรม คดีที่ 1 กันเลยดีกว่า กับคดีที่มีชื่อว่า “เมโลดีสีเลือด” แล้วพบกันในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 14 ให้ได้นะเจ้าคะ
……………………….
“เดี๋ยวครับ คุณผู้หญิง” เรวินเดินเข้ามาคว้าข้อมือของพิตต้าเบาๆ แล้วเอื้อมมือจับข้อมืออีกข้างจนทั้งคู่อยู่ในท่าเผชิญหน้ากัน เรวินดึงพิตต้าเข้ามาชิดกับตัวเขามากขึ้น พิตต้าจ้องมองแววตาของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างงงงวยและสงบลง เรวินใช้ฝ่ามือลูบจากหน้าผากลงปิดตาพิตต้า
“เชื่อมั้ย…ถ้าผมเอามือออก คิ้วขมวดๆ ของคุณจะกลับมาเหมือนเดิมและคุณจะร่าเริงในทันที” เขากระซิบเข้าที่หูของพิตต้า ก่อนที่จะเปิดฝ่ามือออกเรวินค่อยๆ ผ่อนมือลงจากใบหน้าของพิตต้า ดวงตาของเธอพ้นจากขอบฝ่ามือ แล้วทันใดนั้นเองดอกกุหลาบสีแดงช่อใหญ่ก็ปรากฏขึ้นต่อสายตาพิตต้าอย่างเหลือเชื่อพิตต้ายิ้มออกมาเมื่อเรวินส่งช่อกุหลาบให้กับเธอ
“มีความเป็นไปได้ 60 เปอร์เซ็นต์ที่คุณจะซ่อนช่อกุหลาบเอาไว้ในแขนเสื้อที่ยาวถึงข้อมือ” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง กลุ่มของเรวินต่างหันไปมองที่มาของเสียง เห็นเด็กหนุ่มในชุดทักซิโดสีขาวยืนอยู่ด้านหลัง ในมือกำลังกระดกปิดฝานาฬิกาพกโบราณเป็นจังหวะ เรวินไม่ได้ตกอกตกใจแต่อย่างใด เขากลับมองเด็กหนุ่มพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก จนผู้มาเยือนเองก็รู้สึกได้ถึงการแสดงความรู้สึกผิดปกตินั้น
………………………..
“ถ้าผ้าผืนนี้ถูกตัด” เรวินสะบัดข้อมือออก พร้อมกับที่กรรไกรปรากฏอยู่ในมือ เขาพับผ้าเช็ดหน้าแล้วใช้กรรไกรตัดมันในทันที ผ้าเช็ดหน้าขาดเป็นสองท่อน เรวินพับอีกทบแล้วใช้กรรไกรตัดมันอีกครั้ง เขาพับอีกทบแล้วใช้กรรไกรตัดมันออกเรื่อยๆ จนผ้ากลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ก่อนปล่อยให้มันร่วงลงสู่พื้น จนเศษชิ้นสุดท้ายที่เป็นสัญลักษณ์ราศีกันย์กันยามองผ้าเช็ดหน้าของตัวเองที่ขาดออกอย่างเสียดาย ต่างกับชินะที่ยังคงมองมันอย่างนิ่งเฉย แต่ในมือกลับเริ่มเปิดปิดฝานาฬิกาพก
“คุณชายชินคิดว่าผมจะนำผ้าเช็ดหน้าผืนเดิมกลับมาได้หรือเปล่า” ชินะนิ่งเงียบ ในมือยังคงเปิดปิดฝานาฬิกาพกไปเรื่อยๆ เรวินก้มลงกอบเศษผ้าเช็ดหน้าขึ้นไว้ในกำมือ แล้วชูมันต่อหน้าชินะ เรวินค่อยๆ คลี่เศษผ้าออกอย่างช้าๆ สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าชินะคือ ผ้าเช็ดหน้าผืนเดิมของกันยากลับมาอยู่ในสภาพปกติอีกครั้ง พอดีกับที่ชินะปิดฝานาฬิกาเสียงดังคลิก
“100 เปอร์เซ็นต์ที่ผ้าเช็ดหน้าที่คุณตัดนั้นเป็นคนละผืนกับผ้าผืนนี้” ชินะเอื้อมมือไปดึงผ้าออกจากมือของเรวิน แล้วเดินเข้าไปหากันยาในทันที เขายื่นผ้าเช็ดหน้าส่งให้เธอก่อนหันกลับมาพูดกับเรวิน
“สสารบางชนิดจำพวกของเหลวและก๊าซสามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ตามภาชนะที่บรรจุ แต่ผ้าเป็นสสารที่เรียกว่าของแข็ง เมื่อถูกทำลายหรือเปลี่ยนรูปร่างไปแล้ว ย่อมไม่สามารถกลับมาเป็นของแข็งเช่นเดิมได้ภายในพริบตา…” ชินะเว้นระยะ แล้วจ้องเข้าไปในดวงตาของเรวิน
“นอกเสียจากว่า ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ไม่ได้ถูกตัดตั้งแต่แรก” ชินะพูดอย่างมั่นใจ เรวินยิ้มเมื่อชินะพูดจบ
“ถ้างั้นคุณชายคงพอบอกได้ว่าผมแอบสับเปลี่ยนผ้าตอนไหนและผ้าอีกผืนซ่อนไว้ที่ไหนสินะครับ” ชินะไม่ได้ตอบอะไร ทั้งคู่ต่างก็นิ่งเงียบไป ดวงตาสองคู่สบกันแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาพลันประตูห้องบอลรูมก็ถูกเปิดออกเนื่องจากช่วงพิธีการของงานเสร็จสิ้น แขกหลายคนเริ่มทยอยออกมาทำธุระส่วนตัวกันก่อนที่จะกลับไปร่วมงานอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
“คุณชายครับ” อธิศเรียกเพื่อเตือนชินะถึงแขกเหรื่อที่กำลังเดินออกมา ชินะพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการรับรู้ ก่อนหันมาพูดกับเรวินส่งท้าย
“ผมไม่สามารถทราบได้หรอกครับว่าคุณแอบสับเปลี่ยนหรือซ่อนผ้าอีกผืนไว้ตรงไหน เพราะแท้จริงแล้วมายากล มันก็เป็นแค่เทคนิคตบตาที่ใช้หลอกลวงคน จริงๆ แล้วมันก็แค่กระบวนการที่ผ่านการไตร่ตรองมาอย่างรอบคอบแล้วเพื่อให้เกิดผลตามที่วางแผนเอาไว้ทั้งนั้นแหละครับ” ชินะหยุดพูดแล้วหันไปพยักหน้ากับผู้ติดตามของเขา
“คงไม่มีเรื่องอะไรมากไปกว่านี้นะ งั้นผมก็ขอตัว เสียเวลามามากพอแล้ว ไปเถอะครับอา” เรวินมองตามหลังชินะที่กำลังเดินห่างออกไป
“คุณชายชินครับ” เขาเรียกชินะเสียงยาว ชินะหยุดนิ่งทันที โดยไม่ได้หันหน้ากลับมามอง เรวินพูดอย่างขันๆ
“บนโลกนี้ยังมีอะไรที่เป็นความจริง นอกเหนือไปจาก ‘ความตาย’ ด้วยหรือครับ?” เขาเดินเข้ามาใกล้คุณชายที่เดินห่างออกไป
“มีหลายสิ่งหลายอย่างในโลกนี้ที่เราเลือกจะเชื่อและศรัทธา แม้แต่การยึดมั่นในตรรกะของคุณชายหรือแม้แต่มายากลของผม แต่เบื้องหลังสิ่งเหล่านั้น คุณชายเชื่อเหรอว่าอะไรคือความจริง และอะไรที่เป็นสิ่งหลอกลวง แม้แต่ตรรกะของคุณชายเองก็เถอะ…ระวังมันจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวคุณชายเองนะครับ”
…………………………….